ประกันรถยนต์ / วันละเคลม / ภัยใกล้ตัว
ฝนตกหนัก รถถูกน้ำท่วมต้องทำอย่างไร? 5 ขั้นตอนสำคัญก่อนแจ้งเคลมประกัน
วันละเคลม กับ ป.เป็ด
เผยแพร่:
หากรถถูกน้ำท่วมหรือดับกลางน้ำ เจ้าของรถควรทำอย่างไรเพื่อความปลอดภัย ลดความเสียหาย และเตรียมหลักฐานสำหรับการแจ้งเคลม ตรวจสอบ 5 ขั้นตอนสำคัญที่ควรรู้
ในช่วงที่หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ปัญหาที่เจ้าของรถกังวลมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ หากรถถูกน้ำท่วมควรทำอะไรเป็นอันดับแรก และประกันจะรับผิดชอบหรือไม่
สิ่งสำคัญคือ อย่ารีบสรุปว่าเคลมได้หรือไม่ได้ทันที เพราะสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมต้องพิจารณาทั้งข้อเท็จจริง สาเหตุของความเสียหาย และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ
อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถสามารถลดความเสียหายและเตรียมหลักฐานสำหรับการแจ้งเคลมได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
1. ให้ความปลอดภัยของคนมาก่อนรถ
หากน้ำกำลังเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว มีกระแสน้ำแรง หรือรถอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สิ่งแรกที่ต้องทำคือพาตนเองและผู้โดยสารออกไปยังสถานที่ปลอดภัย
ไม่ควรฝืนขับรถผ่านพื้นที่ที่ไม่สามารถประเมินระดับน้ำได้ เพราะนอกจากเสี่ยงต่อชีวิตแล้ว น้ำอาจเข้าสู่เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และห้องโดยสาร ทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น
หากน้ำยังไม่ถึงรถและสามารถเคลื่อนย้ายรถได้อย่างปลอดภัย ควรนำรถไปไว้ในพื้นที่สูงโดยเร็ว แต่ไม่ควรฝืนขับผ่านน้ำที่มีระดับสูงหรือไหลเชี่ยว
2. หากรถดับกลางน้ำหรือถูกน้ำท่วม อย่าเพิ่งสตาร์ตรถซ้ำ
เมื่อรถดับกลางน้ำ หรือมีเหตุให้สงสัยว่าน้ำอาจเข้าสู่เครื่องยนต์แล้ว ไม่ควรพยายามสตาร์ตรถซ้ำ
การสตาร์ตรถในขณะที่มีน้ำอยู่ในระบบอาจทำให้เครื่องยนต์และอุปกรณ์ส่วนอื่นเสียหายหนักขึ้น รวมถึงทำให้การตรวจสอบสาเหตุและขอบเขตความเสียหายภายหลังมีความซับซ้อนมากขึ้น
ควรติดต่อบริษัทประกันภัย ศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือบริการรถยกตามช่องทางที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
3. ถ่ายภาพและเก็บหลักฐานให้ครบ
เมื่ออยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน เช่น
- สภาพรถรอบคัน
- ระดับน้ำที่ท่วมถึงตัวรถ
- ภายในห้องโดยสาร หากมีน้ำเข้า
- ป้ายทะเบียนรถ
- บริเวณและสภาพแวดล้อมของจุดเกิดเหตุ
- ร่องรอยความเสียหายที่มองเห็นได้
- วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
หากมีภาพจากกล้องหน้ารถ กล้องวงจรปิด หรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ควรเก็บข้อมูลไว้ประกอบด้วย
4. แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
หลังจากนำตนเองออกจากพื้นที่อันตรายและเก็บหลักฐานเบื้องต้นแล้ว ควรแจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่
- ชื่อผู้เอาประกันภัย
- หมายเลขกรมธรรม์
- ทะเบียนรถ
- วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
- ลักษณะเหตุการณ์
- ระดับน้ำโดยประมาณ
- อาการของรถก่อนและหลังเกิดเหตุ
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอความเสียหาย
ควรสอบถามบริษัทให้ชัดเจนว่า ต้องนำรถไปตรวจที่ใด ใช้บริการรถยกของใคร และสามารถนำรถเข้าศูนย์ซ่อมหรืออู่ใดได้บ้าง
ควรบันทึกวัน เวลา ชื่อเจ้าหน้าที่ และหมายเลขรับแจ้งเหตุไว้ทุกครั้ง
5. ตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนสรุปว่าเคลมได้หรือไม่ได้
คำว่า “ประกันชั้นหนึ่ง” หรือชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าความเสียหายจากน้ำท่วมจะได้รับความคุ้มครองทุกกรณี
ควรตรวจสอบว่า
- กรมธรรม์เป็นประกันภัยประเภทใด
- มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมหรือไม่
- มีวงเงินหรือเงื่อนไขพิเศษอย่างไร
- มีข้อยกเว้นใดที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- ความเสียหายเกิดจากน้ำท่วมโดยตรง หรือเกิดเพิ่มขึ้นจากการใช้งานรถภายหลัง
- ผู้เอาประกันภัยได้แจ้งเหตุและลดความเสียหายตามสมควรหรือไม่
ดังนั้น ไม่ควรกล่าวเหมารวมว่า “ประกันต้องจ่ายทุกกรณี” หรือ “รถน้ำท่วมเคลมไม่ได้” โดยยังไม่ได้ตรวจกรมธรรม์และข้อเท็จจริง
สิ่งที่ไม่ควรรีบทำหลังรถถูกน้ำท่วม
- สตาร์ตรถซ้ำโดยยังไม่ได้ตรวจสอบ
- ฝืนขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ
- รื้อ ซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่ก่อนบริษัทตรวจสอบ
- ทิ้งเอกสาร ใบเสร็จ หรือหลักฐานค่าใช้จ่าย
- เคลื่อนย้ายรถโดยไม่ถ่ายภาพสภาพเดิมไว้
- ลงนามในเอกสารที่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด
หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย ควรถ่ายภาพก่อนเคลื่อนย้าย และเก็บหลักฐานค่ารถยกหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมด
เอกสารที่ควรเตรียม
- เลขที่กรมธรรม์หรือสำเนากรมธรรม์
- สำเนาทะเบียนรถ
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัย
- ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ หากเกี่ยวข้อง
- แบบแจ้งเคลมของบริษัท
- ภาพถ่ายและวิดีโอความเสียหาย
- ใบเสร็จหรือหลักฐานค่าใช้จ่าย
- เอกสารเพิ่มเติมตามที่บริษัทประกันภัยร้องขอ
รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามบริษัท ประเภทกรมธรรม์ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
หากเกิดข้อโต้แย้งเรื่องการเคลม
หากบริษัทปฏิเสธความคุ้มครอง ลดจำนวนค่าสินไหม หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ควรขอให้บริษัทชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่า
- ปฏิเสธหรือจำกัดความคุ้มครองด้วยเหตุใด
- อ้างข้อกำหนดหรือข้อยกเว้นข้อใด
- ยังขาดเอกสารหรือข้อเท็จจริงใด
- ประเมินความเสียหายและค่าสินไหมด้วยหลักเกณฑ์ใด
จากนั้นควรตรวจข้อความในกรมธรรม์และหลักฐานของตนเองอย่างละเอียดก่อนดำเนินการต่อ
สรุป: รถถูกน้ำท่วม ให้จำ 5 ข้อ
- คนต้องปลอดภัยก่อน
- อย่าเพิ่งสตาร์ตรถ
- ถ่ายภาพและเก็บหลักฐาน
- แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
- ตรวจกรมธรรม์และเหตุผลของบริษัทก่อนสรุปสิทธิ
การทำประกันภัยไม่ได้หมายความว่าทุกเหตุการณ์จะได้รับความคุ้มครองเหมือนกันทั้งหมด แต่การปฏิบัติอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดความเสียหายและทำให้การตรวจสอบเคลมมีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น
คำสำคัญ: รถถูกน้ำท่วม · รถจมน้ำเคลมประกัน · รถดับกลางน้ำ · แจ้งเคลมรถน้ำท่วม · ประกันรถยนต์คุ้มครองน้ำท่วม · รถน้ำท่วมทำอย่างไร